เครือข่าย CECI พลิกมิติวงการก่อสร้างไทย ใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเปลี่ยนโลก ผลักดัน Green & Clean Construction อุตสาหกรรมก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในงาน SD Symposium 2020“ Circular Economy: Actions for Sustainable Future”

ขณะที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งปัญหาโรคระบาด เศรษฐกิจตกต่ำ และปัญหาสิ่งแวดล้อม วงการก่อสร้างไทยเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีการใช้ทรัพยากรและก่อให้เกิดขยะที่ยากต่อการบริหารจัดการในภาวะที่ทรัพยากรมีจำกัด ภาคธุรกิจจึงได้ร่วมมือกันหาวิธีบริหารจัดการทรัพยากรในการก่อสร้าง ด้วยการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้


การผลักดันวาระดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ต้องการความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งกว่า 2 ปีแล้ว ที่กลุ่มสถาปนิกและที่ปรึกษาพัฒนาโครงการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มผู้บริหารจัดการของเสียได้รวมกลุ่มกันภายใต้ชื่อ “เครือข่ายความร่วมมือองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy in Construction Industry- CECI)” โดยมีเวที SD Symposium ที่จัดขึ้นโดยเอสซีจีช่วยผลักดันให้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นจริง กระทั่งปีนี้ที่งาน SD Symposium 2020 “Circular Economy: Action for Sustainable Future” เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของทุกภาคส่วนในการ “ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทย

CECI กับภารกิจที่ผลักดันวงการก่อสร้างสู่ Green Construction

นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เล่าว่า ที่ผ่านมาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน Supply Chain ของการก่อสร้างต่างคนต่างทำงานโดยที่ไม่ได้คุยกัน ทำให้เกิดเศษวัสดุเหลือใช้ รวมถึงมีการใช้พลังงานจำนวนมาก การสร้างความร่วมมือให้ทุกฝ่ายนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างจึงต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มีเศษวัสดุเหลือใช้น้อยที่สุด รวมไปถึงการใช้สินค้าให้คุ้มค่าตลอดจนนำของเสียกลับมาหมุนเวียนใช้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและประหยัดทรัพยากรได้ไม่ต่ำกว่า 20% ส่งผลดีต่อทั้งภาพรวมของธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“CECI พยายามเผยแพร่แนวคิดและผลักดันให้กลุ่มนี้ขยายวงกว้างขึ้นในระดับประเทศ มุ่งสู่การดำเนินอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Construction) ทั้งที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน เพราะคนเดียวก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เช่น เอสซีจีในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างสามารถช่วยเจ้าของโครงการได้ ตั้งแต่การออกแบบเพื่อผลิตวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้าง ตลอดจนการนำวัสดุเหลือใช้กลับมารีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้พลังงานให้น้อยที่สุดและยังหาพันธมิตรใน Supply Chain มาร่วมกันคิดหาวิธีการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน”



คิดตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ช่วยประหยัด เวลา เงิน และทรัพยากร

ด้าน ประภากร วทานยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด ให้มุมมองการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้กับการออกแบบว่าเดิมสถาปนิกคำนึงถึงความสวยงามและประโยชน์การใช้สอยเป็นหลัก โดยไม่ได้คิดและวางแผนร่วมกับผู้ผลิตวัสดุและผู้ก่อสร้างจนจบกระบวนการ ทำให้สูญเสียวัสดุระหว่างการทำงานเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเราจึงต้องกลับมาคิดใหม่ นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปฏิบัติเพื่อลดปัญหาในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เริ่มต้นจากการออกแบบ
“เราสร้างอาคารที่สวยงามเสร็จแล้ว แต่กลับมีขยะอีกกองหนึ่งตั้งอยู่ หากเราสามารถบริหารจัดการเศษวัสดุเหล่านี้ได้ งานก่อสร้างทั้งหมดก็จะสวยงามสมบูรณ์แบบ สถาปนิกต้องเข้ามาพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตและผู้รับเหมาเพื่อนำแนวคิดทุกภาคส่วนมาออกแบบให้ถูกต้องสอดคล้องกัน จึงจะช่วยลดเวลา เงิน และทรัพยากร โดยแนวคิดนี้ช่วยวิกฤตทรัพยากรขาดแคลนได้หากมีการขยายเครือข่ายไปยังวงที่กว้างขึ้น ทำให้ CECI เป็นเครือข่ายที่แข็งแรง”

Developer คนกลางที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนหลัก Circular Economy

ขณะที่ กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ อาวุโส สายงานก่อสร้างอาคารสูง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มองสอดคล้องกันว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) มีบทบาทสำคัญในการวางแผนการพัฒนาอาคารที่อยู่อาศัยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงกำหนดเกณฑ์การออกแบบให้นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาพัฒนาโครงการ และมีมาตรฐานในการก่อสร้างที่ช่วยลดการสูญเสียวัสดุในการก่อสร้าง รวมถึงใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และสิ่งสำคัญคือการเผยแพร่โครงการต้นแบบ (Best Practice) สู่สาธารณะ เพื่อนำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูล สำหรับการพัฒนาให้เกิดระบบและโครงการอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“Developer เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้ใช้งานอาคารและที่อยู่อาศัย ถือเป็นผู้ใช้ทรัพยากร ผู้มีบทบาทในการรวบรวมความต้องการและกำหนดห่วงโซ่อุปทานทั้งอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาทิ สถาปนิก ผู้รับเหมาได้โดยตรง เรานำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจคู่ขนานกับงานทำงานของกลุ่ม CECI มาสักระยะแล้ว นอกจากจะทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและใช้ประโยชน์ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าแล้ว การขับเคลื่อนแนวคิดนี้ยังช่วยปลูกฝังความคิดใหม่ ๆ ที่ทำให้เยาวชนและผู้เกี่ยวข้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตด้วย”



“ความเข้าใจ” นำไปสู่ “การยอมรับ” ที่ช่วยผลักดันให้ Green Construction เกิดขึ้นจริง

ด้าน เกชา ธีรโกเมน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด ในฐานะวิศวกรออกแบบและที่ปรึกษาโครงการก่อสร้าง กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนบางกลุ่ม จึงต้องสื่อสาร ทำความเข้าใจ เพื่อสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้น การร่วมมือในกลุ่ม CECI ถือเป็นการเริ่มต้นในการสร้างการยอมรับและขยายเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรม องค์ความรู้ในวงการก่อสร้าง
“คำถามว่าทำไมต้องทำ เป็นคำถามที่ตอบยากเสมอมา หลายคนรู้สึกว่าทำไมเราต้องเป็นคนแรกที่ต้องทำ เรื่องนี้เป็นเรื่องยาก ต้องใช้ความตั้งใจ มุ่งมั่น และพลัง ทำคนเดียวจึงไม่รอด แต่การมีเครือข่ายที่ล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทำให้เราได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ เป็นพลังช่วยกันขับเคลื่อนสร้างความเข้าใจและการยอมรับ ต่อไปหากมีนวัตกรรมหรือการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ก็จะทำให้เจ้าของโครงการหรือผู้พัฒนาโครงการกล้าที่จะลงมือทำ”

ระดมสมอง พัฒนาแนวทางปฏิบัติในเครือข่ายความร่วมมือ

หลังผ่านการระดมความคิดจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมก่อสร้างในงาน SD Symposium 2020 สถาปนิกและที่ปรึกษาโครงการ เสนอให้มีการออกแบบวัสดุก่อสร้างให้ทนทาน โดยใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า มีการสร้าง Prototype การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ตลอดจนรณรงค์ใช้สินค้าในประเทศเพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่งและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจในประเทศ ด้านบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เห็นว่า ควรกำหนดมาตรฐานการออกแบบ บริหารจัดการ และการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเกณฑ์ รวมทั้งแบ่งปันและใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้การก่อสร้างเกิดของเหลือน้อยที่สุด และกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง เห็นว่าการนำเทคโนโลยี BIM มาใช้ในการก่อสร้าง จะช่วยลดวัสดุเหลือใช้ อีกทั้งควรใช้วัสดุให้สอดคล้องกับของที่มีในตลาด ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างต้องมีส่วนร่วมในการออกแบบพัฒนาสินค้าที่สามารถนำวัตถุดิบหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ สำหรับกลุ่มผู้บริหารจัดการของเสีย เห็นว่าการสร้างฐานข้อมูล Big Data และนำ IoT มาเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการของเสียจะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนทั้งวงการอย่างแท้จริง


“ชวนทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน เร่งผลักดันให้ดียิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ สมาชิก CECI ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งจะยิ่งทำให้การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้องค์กรที่มีการใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยบริหารของเหลือในการก่อสร้าง สร้างเครือข่ายผู้ใช้ประโยชน์จากของเหลือจากการก่อสร้าง และพัฒนาระบบจัดการของเหลือจากการก่อสร้าง เป็นต้น

ติดตามผลการระดมสมองตลอด 1 เดือน เพื่อหาทางออกวิกฤตของโลก
เรื่องการจัดการน้ำ การจัดการขยะ การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในภาคเกษตรกรรม และการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
พร้อมถอดบทเรียนสู่ความยั่งยืน และบทสรุปข้อเสนอสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วนได้
ในงาน SD Symposium 2020 วันที่ 9 พ.ย. 2563 เวลา 13.30 – 15.00 น. ที่ www.sdsymposium2020.com