ถอดบทเรียนจัดการขยะได้สำเร็จ เพราะแนวคิด “ขยะ” คือ “ทรัพยากร”

นำมาหมุนเวียนใช้ได้ไม่รู้จบ ด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน





ในยุคที่ทั่วโลกต่างเร่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ทำให้เกิดการบริโภคอย่างฟุ่มเฟือย เพราะมุ่งผลิตสินค้า ใช้แล้วทิ้งไป (Linear Economy) นับเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้มีทรัพยากรเหลือใช้ไม่เพียงพอสำหรับอนาคต อีกทั้งยังก่อให้เกิดวิกฤตขยะที่ส่งปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อคนทั่วโลก“เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ด้วยการนำทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อ“ไม่ให้มีขยะ”อีกต่อไป
เวที “SD Symposium”ที่จัดโดยเอสซีจีและพันธมิตรได้นำตัวอย่างที่แต่ละภาคส่วนได้ช่วยกันขับเคลื่อนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเผยแพร่แล้วกว่า 3 ปี และในงาน SD Symposium 2020 “Circular Economy: Actions for Sustainable Future”ปีนี้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์“ถอดบทเรียนต้นแบบการจัดการขยะ (Waste Management – Recycling Ecosystem and Environmental Saving)เพื่อกระตุ้นและขยายวงให้ทุกคนได้มีส่วนสร้างวงจรที่ช่วยหมุนเวียนนำ “ขยะ” มาสร้างคุณค่าต่อในระบบเศรษฐกิจได้อย่างไม่รู้จบ



“บ้านโป่งโมเดล”Zero Waste ทั้งอำเภอ

ชญานิน จำปาทองท้องถิ่นอำเภอบ้านโป่งหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจให้ชุมชนเปลี่ยนความคิดและทัศนคติหันมาสนใจเรื่องการคัดแยกในอำเภอซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก และยังเป็นทางเชื่อมระหว่างภาคตะวันตกและภาคกลาง หากเพิกเฉยในไม่ช้าก็จะเกิดปัญหาขยะล้นเมือง จึงเกิดภาคเอกชน อย่างSCGP มาให้ความรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี
การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ถือเป็นการบริหารจัดการขยะที่ดีและยั่งยืนที่สุด เพราะจะทำให้ได้ขยะที่มีคุณภาพสำหรับนำมารีไซเคิล แต่การเปลี่ยนชุมชนทั้งอำเภอให้ร่วมมือกันคัดแยกขยะไม่อาจทำได้เพียงข้ามวัน จึงเริ่มขับเคลื่อนด้วยการจัดตั้ง “คณะทำงานการบริหารจัดการขยะยั่งยืน” ที่มีทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนกว่า 183 หมู่บ้าน โดยเริ่มไปศึกษาดูงานที่ “บ้านรางพลับ ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี”หมู่บ้านต้นแบบการจัดการขยะที่ได้รับรางวัลชนะเลิศชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ประเภทชุมชนขนาดใหญ่จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อเห็นภาพขั้นตอนการบริหารจัดการขยะ ก็จุดประกายให้ผู้นำท้องถิ่นประสานความร่วมมือทำให้อำเภอบ้านโป่งเป็น”เมืองสะอาด”จนเกิดการขยายผลสร้างความร่วมมือกันจัดการคัดแยกขยะทั้งอำเภอ
“1 ปีที่ผ่านมา ชุมชนในอ.บ้านโป่งกว่า 41 ชุมชน จาก 183 ชุมชน ได้เข้าร่วมประกวดชุมชนปลอดขยะ ทำให้ชุมชนเข้าใจวิธีการจัดการขยะ สร้างรายได้จากการคัดแยกขยะ ในขณะที่ก็ช่วยลดงบประมาณการจัดการขยะของภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานให้แก่ชุมชนอื่น ๆ”









รายได้จาก “การคัดแยกขยะ” เป็น “ค่าใช้จ่ายส่วนกลางของคอนโด”

ด้านสปัญญ์ ปาลีวงศ์Business Development Director, Smart Service and Management Co.,Ltd ผู้บริหารโครงการที่พักอาศัย ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยดูแลคุณภาพชีวิตลูกบ้านใน 284 โครงการ ด้วยการสื่อสารเรื่องการคัดแยกขยะในทุกช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย และป้ายต่าง ๆ บริเวณทางเดินและลิฟต์ ให้ลูกบ้านส่วนร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีจากตัวเอง อีกทั้งยังได้จัดประกวดแข่งขันระหว่างลูกบ้าน 2,342 ครัวเรือน ใน 55 โครงการ ใน “โครงการคัดแยกขยะ” เพื่อนำไปขายต่อให้กับผู้รับซื้อสำหรับนำไปรีไซเคิล อีกทั้งล่าสุดได้ร่วมมือกับ SCGP คัดแยกขยะที่เป็นกระดาษ
“เงินจากการขายขยะของลูกบ้านกว่า 60,000 บาท ถือเป็นรายได้เข้าสู่ส่วนกลาง นี่คือตัวอย่างที่ทำให้ลูกบ้านเห็นว่าเป็นผลลัพธ์ที่เริ่มต้นจากที่ทุกคนช่วยกันจึงทำให้มีเงินเข้ามาที่นิติบุคคลโดยไม่ต้องเก็บเงินค่าส่วนกลางกับลูกบ้านเพิ่มและอยู่ระหว่างการขยายโครงการไปสู่ลูกบ้านในโครงการอื่น ๆ นับเป็นการส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับผู้บริโภค ซึ่งภาคธุรกิจต้องมีบทบาทกระตุ้นให้ลูกบ้านลุกขึ้นมาสร้างประโยชน์ที่ดีต่อตัวเอง ครอบครัว และสังคมที่อยู่อาศัย”



บริหารจัดการขยะวิถีพุทธ เริ่มตั้งแต่ “ชำระล้างขยะในใจ”

พระทิพากร อริโยพระเทศบาล วัดจากแดงประธานแกนนำสภาชุมชน โครงการ“Our Khung Bangkachao”พระครูผู้นำหลักวิถีพุทธ ธรรมะ เข้ามาช่วยบริหารจัดการขยะที่วัดจากแดงในชุมชนบางกระเจ้า โดยได้แสวงหาความร่วมมือกับมูลนิธิชัยพัฒนา ตลอดจนมีการนำแอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” จากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มาช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการข้อมูลขยะ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้จนทำให้สามารถก้าวข้ามปัญหาขยะเศษอาหารจำนวนมากจากอาหารที่ญาติโยมนำมาถวายและขยะพลาสติกเหลือทิ้งเกิดองค์ความรู้การจัดการขยะระหว่างวัดกับชุมชนและค้นพบว่า “สิ่งสำคัญ คือการจัดการขยะจากภายในใจเพื่อให้เกิดความยั่งยืน”
พระครูยึดหลักอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทะ ความพอใจ สร้างแรงจูงใจให้เกิดการคัดแยก วิริยะมีวิธีจูงใจให้ทำสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย จิตตะ ตั้งใจ ศึกษาจนเกิดความรู้ในการคัดแยกขยะ จนมั่นใจทำต่อไป ตลอดจนวิมังสาที่ต้องหมั่นทบทวนวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทตัวเอง
“ที่เราทำก็เป็นประโยชน์กับตัวเอง ทำให้มีรายได้ มีความสะอาด และยิ่งมีเพื่อนที่มาช่วยกันทำมากขึ้น หากทุกคนทำด้วยความมุ่งมั่นเมื่อตัวเราดี สังคมก็ดี ประเทศก็ดี ได้รับประโยชน์ความยั่งยืนร่วมกัน”









ตลาดสี่มุมเมือง “กล้าลงทุนจัดการขยะ” เพื่อสร้างธุรกิจยั่งยืน

ปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ – สายงานสำนักกรรมการผู้จัดการ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดค้าส่งผักผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เล่าถึงการแก้ไขปัญหาขยะจากตลาดค้าส่งกว่า 230 ตัน ว่า สัดส่วนร้อยละ 80 ของขยะที่เกิดขึ้นในตลาดเป็นขยะอินทรีย์ ซึ่งสามารถนำไปคัดแยกและสร้างมูลค่าได้ด้วย 5 ระบบ คือ 1.) นำเศษผักผลไม้ที่เหลือจากแผงวันละ 90 ตัน ไปทำเป็นอาหารให้กับปลาและวัว 2.) นำขยะอินทรีย์บางส่วนไปพัฒนาคิดค้นสูตรน้ำหมัก EM เพื่อใช้ชำระล้างภายในตลาด โดยอนาคตจะต่อยอดสู่การทำแบรนด์ของตนเอง 3.) จุดทิ้งขยะของทุกตลาดจะมีถังคัดแยกขยะอินทรีย์และขยะทั่วไป และมีจุดรับซื้อขวดน้ำพลาสติก กระป๋อง และลังโฟม เพื่อนำไปรีไซเคิล 4.) จัดสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่มาจากตลาดและหมู่บ้าน โดยสามารถบำบัดน้ำเสียได้มากถึงวันละ 6,500 ลบ.ม. ต่อวัน และนำน้ำที่ได้จากการบำบัดไปใช้ล้างพื้นที่รอบตลาดทุกวัน และ 5.) ติดแผงโซลาร์เซลล์บริเวณหลังคาอาคารห้องเย็น เพื่อเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า และสามารถนำกลับมาใช้ได้สูงถึงร้อยละ 20 ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
ผลลัพธ์จากการดำเนินงานทั้ง 5 ระบบนี้ ช่วยตอบโจทย์ให้ธุรกิจสามารถลดรายจ่ายสำหรับการจัดการขยะด้วยการฝังกลบได้ถึง 4 ล้านบาทต่อปี และยังทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “ขยะ” เช่น น้ำหมัก EM ผลิตภัณฑ์ชำระล้าง อาหารวัว และปุ๋ย ตลอดจนทำให้ตลาดสะอาด ชุมชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์ร่วมกันจึงส่งผลให้ธุรกิจมั่นคงอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จที่เกิดขึ้น นอกจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่กล้าลงทุนในสิ่งที่ยังไม่สามารถวัดผลลัพธ์เป็นกำไรได้อย่างรวดเร็วในวันแรก ยังเกิดจากความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดกว่า 6,000 คน ตั้งแต่การช่วยคัดแยกขยะ มีการออกแบบถังขยะให้ง่ายต่อการคัดแยก ความร่วมมือจึงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องบังคับ และทำให้กลายเป็นวินัยของทุกคนในที่สุด
“โลกของเรามีทรัพยากรจำกัด จึงต้องทำให้ทรัพยากรนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่งผลดีต่อธุรกิจ และลดต้นทุนการกำจัดขยะ และยังเพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ”


นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่ทำให้เห็นว่า การจัดการขยะได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจากความพยายามของหลายชุมชนตามบริบทของปัญหาที่แตกต่างกัน แม้แต่ละที่จะมีวิธีการที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดมุ่งหมายและปลายทางเหมือนกันคือ การเพิ่มคุณค่าของ “ขยะ” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไปได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ติดตามผลการระดมสมองตลอด 1 เดือน เพื่อหาทางออกวิกฤตของโลก
เรื่องการจัดการน้ำ การจัดการขยะ การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในภาคเกษตรกรรม และการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
พร้อมถอดบทเรียนสู่ความยั่งยืน และบทสรุปข้อเสนอสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วนได้
ในงาน SD Symposium 2020 วันที่ 9 พ.ย. 2563 เวลา 13.30 – 15.00 น. ที่ www.sdsymposium2020.com